Export
- Export APA
- Export BibTeX
- Export Ris
Publication: การประเมินสมรรถนะระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์
8 เมกกะวัตต์ แบบมีระบบติดตามดวงอาทิตย์
และแบบมุมรับแสงคงที่ในประเทศไทย
4
0
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Maejo University
Suggested Citation
Bordin Senanon, บดินทร์ เสนานนท์ การประเมินสมรรถนะระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์
8 เมกกะวัตต์ แบบมีระบบติดตามดวงอาทิตย์
และแบบมุมรับแสงคงที่ในประเทศไทย, The Performance Evaluation Of A 8 Mw Solar Power
Generation System On Solar Tracking
And Fixed Systems In Thailand. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14839/1037
Research Projects
Organizational Units
Journal Issue
Author(s)
Creator(s)
Advisor(s)
Other Contributor(s)
Abstract
Since Thailand is located near the equator so it has an effect on average daily solar radiation intensity per year (17.6 MJ/m2-day). This has potential in electricity generating from solar energy. It is consistent with the policy on the development of renewable energy supported by the Thai government in terms of the purchase of renewable energy such as sunlight, wind, water, biomass, biogas, and garbage from private electricity producers. In addition, the solar power plant can generate electricity for 25.79 percent of the whole renewable energy electricity generating. The popularity of this electricity type is second to biomass and hydro energy. In fact, there are two types of solar cell panel installation technology: fixed and trace systems. The latter can generate more electricity than the former for 2.51 percent. According to economic analysis of both types based on NPV at 3% discount rate, it is found that net present value (NPV) is worthwhile for the investment. For the rate of returns (B/C ratio) and internal rate of returns (IRR), it is found that the fixed system insignificant more worthwhile than the tracking one in terms of the investment (B/C ratio = 5.63 and 5.58, IRR = 31.77 and 31.39%, respectively). For a sensitivity analysis on the basis of costs and investment of electrical plant construction, the fixed system is still more worthwhile.
จากลักษณะภูมิประเทศไทยที่ใกล้บริเวณเส้นศูนย์สูตร ส่งผลให้ประเทศไทยมีค่าความเข้มรังสีดวงอาทิตย์รายวันเฉลี่ยต่อปี เท่ากับ 17.6 MJ/m2-day ซึ่งมีศักยภาพสำหรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาพลังงานทดแทนโดยรัฐบาลมีการสนับสนุนให้มีการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม น้ำ ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ และขยะ จากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 25.79% จากการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด ได้รับความนิยมรองจากพลังงานชีวมวลและพลังงานน้ำขนาดใหญ่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีเทคโนโลยีการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ 2 ประเภท คือ การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบระบบคงที่ (Fixed) กับแบบระบบติดตามดวงอาทิตย์ (Tracking) ซึ่งแบบระบบติดตามดวงอาทิตย์จะผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าแบบระบบคงที่ คิดเป็น 2.51% ส่วนการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งสองแบบ เมื่อพิจารณาจากมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ที่อัตราคิดลด 3% พบว่า มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิที่เป็นบวก มีความคุ้มค่าที่จะลงทุน และอัตราผลตอบแทนต่อต้นทุน (B/C ratio) กับอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) พบว่า แบบระบบคงที่มีความคุ้มค่าในการลงทุนมากกว่าแบบระบบติดตามดวงอาทิตย์เล็กน้อย โดยมีอัตราผลตอบแทนต่อต้นทุนเท่ากับ 5.63 และ 5.58 อัตราผลตอบแทนภายในเท่ากับ 31.77% และ 31.39% ตามลำดับ ส่วนการวิเคราะห์ความอ่อนไหวทั้งกรณีต้นทุน การลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าแบบระบบคงที่ยังคงมีความคุ้มค่าในการลงทุนมากกว่า
จากลักษณะภูมิประเทศไทยที่ใกล้บริเวณเส้นศูนย์สูตร ส่งผลให้ประเทศไทยมีค่าความเข้มรังสีดวงอาทิตย์รายวันเฉลี่ยต่อปี เท่ากับ 17.6 MJ/m2-day ซึ่งมีศักยภาพสำหรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาพลังงานทดแทนโดยรัฐบาลมีการสนับสนุนให้มีการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม น้ำ ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ และขยะ จากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 25.79% จากการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด ได้รับความนิยมรองจากพลังงานชีวมวลและพลังงานน้ำขนาดใหญ่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีเทคโนโลยีการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ 2 ประเภท คือ การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบระบบคงที่ (Fixed) กับแบบระบบติดตามดวงอาทิตย์ (Tracking) ซึ่งแบบระบบติดตามดวงอาทิตย์จะผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าแบบระบบคงที่ คิดเป็น 2.51% ส่วนการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งสองแบบ เมื่อพิจารณาจากมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ที่อัตราคิดลด 3% พบว่า มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิที่เป็นบวก มีความคุ้มค่าที่จะลงทุน และอัตราผลตอบแทนต่อต้นทุน (B/C ratio) กับอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) พบว่า แบบระบบคงที่มีความคุ้มค่าในการลงทุนมากกว่าแบบระบบติดตามดวงอาทิตย์เล็กน้อย โดยมีอัตราผลตอบแทนต่อต้นทุนเท่ากับ 5.63 และ 5.58 อัตราผลตอบแทนภายในเท่ากับ 31.77% และ 31.39% ตามลำดับ ส่วนการวิเคราะห์ความอ่อนไหวทั้งกรณีต้นทุน การลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าแบบระบบคงที่ยังคงมีความคุ้มค่าในการลงทุนมากกว่า
Description
Master of Engineering (Master of Engineering (Renewable Energy Engineering))
วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมพลังงานทดแทน))
วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมพลังงานทดแทน))
Degree Name
Master of Engineering
วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต
วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Discipline
Renewable Energy Engineering
วิศวกรรมพลังงานทดแทน
วิศวกรรมพลังงานทดแทน
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
