Export
- Export APA
- Export BibTeX
- Export Ris
Publication: เปรียบเทียบระบบการเลี้ยงปลานิลแดง (Oreochromis Niloticus
× O. Mossambicus) ปลอดภัยมุ่งสู่อินทรีย์
0
0
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Maejo University
Suggested Citation
Alissara Khunto, อลิสรา ขันโท เปรียบเทียบระบบการเลี้ยงปลานิลแดง (Oreochromis Niloticus
× O. Mossambicus) ปลอดภัยมุ่งสู่อินทรีย์, Comparison For Culture Of Red Tilapia (Oreochromis Niloticus
× O. Mossambicus) System Safety Towards Organic. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14839/298
Research Projects
Organizational Units
Journal Issue
Author(s)
Creator(s)
Advisor(s)
Other Contributor(s)
Abstract
The objective of this experiment was to compare the culture systems of red tilapia (Oreochromis niloticus × O. mossambicus) between the general closed system and the biofloc system. The experiment was divided into 2 sets. The first experiment was the nursery of red tilapia larvae. This experiment consisted of 3 treatments, 3 replications each including nursing closed system using sand air stone (T1), rock filtration system (T2) and biofloc system (T3). At the beginning fish weight was 0.53±0.02 to 0.58±0.02 grams/fish. The releasing rate was 50 fishes/square meter in a circle cement pond. Nursing had been carried out for 120 days. Fish were randomly collected every 15 days for investigation of weight gain and growth performances as well as water quality. For the second experiment, culturing red tilapia, this experiment was divided into 4 treatments, 3 replications each including raising red tilapia in a closed system feeding 3% of their body weight compared with the biofloc system feeding 1.5, 3, and 4.5 percent of body weight. Average initial weight was 0.53±0.02–0.58±0.02 g/fish. The stocking rate was 68 fish/pond in a pond of 1.5 × 1.5 × 0.7 meters 21 fish/pond of fish had been randomly sampled every 15 days for 150 days to determine growth performances, gonadosomatic index, lysozyme activity assay, nutritional value and content of heavy metals in fish flesh, plankton variety, water quality, and production costs. It was found that fish nursed in closed biofloc system had average daily growth of 0.23±0.00 g/fish/day, survival rate 90.00±1.53 percent and feed conversion rate 2.06±0.17; all were significantly (p<0.05) better than the ones in closed system using sand air stone and rock filtration system. Water quality in pond of nursing closed biofloc system had a quality better than closed system using sand air stone and rock filtration system with a statistical significance (p<0.05). The results showed that the red tilapia fed in the biofloc system providing food formulas 1.5, 3, and 4.5 percent of body weight had final individual weight of 346.00±0.01, 328.00±1.00 and 349.50±0.50 g/fish, weight gain of 300.67±0.76, 282.83±0.76 and 304.33±1.04 g/fish. Average daily growth was 2.01±0.01, 1.89±0.01 and 2.03±0.01 g/fish/day, specific growth rate was 1.35±0.01, 1.32±0.01 and 1.36±0.01 percent/day and survival rate was 81.19±1.00, 86.99±0.32 and 85.01±0.60 percent which were significantly better than fish raised in the general closed system (p<0.05). Gonadosomatic Index of red tilapia cultured in the biofloc system feeding 4.5 percent of body weight (1.12±0.01 percent) was significantly higher than all 3 treatments (p<0.05). In all 3 treatments lysozyme activity assay of the red tilapia cultured in the biofloc system was better than the red tilapia fed in the general closed system (p<0.05). The nutritional values in all 4 fish treatments were not different. Mercury found in red tilapia fed in the biofloc system, was due in all 3 treatments except in the red tilapia cultured in the general closed system; however, it was within the safety standards for consumers. Physical and chemical water quality factors in all 4 experiments were in the appropriate criteria for aquaculture. The ammonia-nitrogen content in all 3 ponds of red tilapia raised in the biofloc system decreased. Red tilapia in a closed system feeding 3% of their body weight reduced cost to 44.75±0.71 Baht/kg which was cheaper than other 3 treatments. In conclusion, the culture of red tilapia in the biofloc system is appropriate and can be developed into organic farming.
การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบระบบการเลี้ยงปลานิลแดง (Oreochromis niloticus × O. mossambicus) ในระบบปิดแบบทั่วไปและระบบปิดแบบไบโอฟลอค โดยแบ่งการทดลองเป็น 2 การทดลอง การทดลองแรกเป็นการอนุบาลลูกปลานิลแดง แบ่งเป็น 3 ชุดการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ำ คืออนุบาลในระบบปิดแบบใช้หัวทราย (T1) กรองหิน (T2) และระบบไบโอฟลอค (T3) โดยปล่อยลูกปลานิลแดงที่มีน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 0.53±0.02 – 0.58±0.02 กรัม/ตัว อัตราการปล่อย 50 ตัว/ตารางเมตรในบ่อซีเมนต์กลม อนุบาลเป็นระยะเวลา 120 วัน สุ่มลูกปลานิลแดงมาศึกษาปัจจัยการเจริญเติบโตและวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ทุก ๆ 15 วัน ส่วนการทดลองที่ 2 เลี้ยงปลานิลแดงในระบบปิดแบบทั่วไปเปรียบเทียบกับระบบปิดแบบไบโอฟลอค แบ่งการทดลองเป็น 4 ชุดการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ำ คือ ระบบปิดแบบทั่วไปให้อาหาร 3 เปอร์เซ็นต์ ระบบปิดแบบไบโอฟลอคให้อาหาร 1.5, 3 และ 4.5 เปอร์เซ็นต์ ปล่อยปลาน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 45.00±0.87- 45.33±0.76 กรัม/ตัว อัตราการปล่อย 68 ตัว/บ่อ ในบ่อซีเมนต์ขนาด 1.5×1.5×0.7 เมตร สุ่มเก็บข้อมูลชั่งน้ำหนักปลา 21 ตัว/บ่อ ทุก ๆ 15 วัน เป็นเวลา 150 วัน ศึกษาปัจจัยการเจริญเติบโต ดัชนีความสมบูรณ์เพศ ระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะ คุณค่าทางโภชนาการและปริมาณโลหะหนักในเนื้อปลา ความหลากหลายของแพลงก์ตอน คุณภาพน้ำและต้นทุนการผลิต ผลการศึกษาพบว่า ลูกปลานิลแดงที่อนุบาลในระบบปิดแบบไบโอฟลอคมีอัตราการเจริญเติบโตต่อวัน (0.23±0.00 กรัม/ตัว/วัน) อัตราการรอดตาย (90.00±1.53 เปอร์เซ็นต์) และอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ (2.06±0.17) ดีกว่าลูกปลาที่อนุบาลในระบบปิดแบบใช้หัวทรายและกรองหิน อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) คุณภาพน้ำในบ่ออนุบาลลูกปลานิลแดงในระบบปิดแบบไบโอฟลอคพบปัจจัยคุณภาพน้ำทางกายภาพและเคมีที่เหมาะสมกว่าระบบปิดแบบใช้หัวทรายและกรองหินอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ส่วนผลการเลี้ยงปลานิลแดงในระบบปิดแบบทั่วไปเปรียบเทียบกับระบบปิดแบบไบโอฟลอค พบว่าปลานิลแดงที่เลี้ยงในระบบปิดแบบไบโอฟลอค ให้อาหาร 1.5, 3 และ 4.5 เปอร์เซ็นต์ มีน้ำหนักตัวเฉลี่ยเมื่อสิ้นสุดการทดลอง (346.00±0.01, 328.00±1.00 และ 349.50±0.50 กรัม/ตัว) น้ำหนักเฉลี่ยที่เพิ่ม (300.67±0.76, 282.83±0.76 และ 304.33±1.04 กรัม/ตัว) อัตราการเจริญเติบโตต่อวัน (2.01±0.01, 1.89±0.01 และ2.03±0.01 กรัม/ตัว/วัน) อัตราการเจริญเติบโตจำเพาะ (1.35±0.01, 1.32±0.01 และ1.36±0.01 เปอร์เซ็นต์/วัน) และอัตราการรอดตาย (81.19±1.00, 86.99±0.32 และ 85.01±0.60 เปอร์เซ็นต์) ดีกว่าปลานิลแดงที่เลี้ยงในระบบปิดแบบทั่วไปให้อาหาร 3 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ดัชนีความสมบูรณ์เพศของปลานิลแดงที่เลี้ยงในระบบปิดแบบไบโอฟลอค ให้อาหาร 4.5 เปอร์เซ็นต์ (1.12±0.01 เปอร์เซ็นต์) ดีกว่าทั้ง 3 ชุดการทดลองอย่างมีนัยสําคัญ (p<0.05) ภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะของปลาที่เลี้ยงในระบบปิดแบบไบโอฟลอคดีกว่าปลานิลแดงที่เลี้ยงในระบบปิดแบบทั่วไปอย่างมีนัยสําคัญ (p<0.05) คุณค่าทางโภชนาการในเนื้อปลาทั้ง 4 ชุดการทดลองไม่มีความแตกต่างกัน พบปริมาณของปรอทในเนื้อปลานิลแดงที่เลี้ยงในระบบปิดแบบไบโอฟลอคทั้ง 3 ชุดการทดลอง แต่ไม่พบในเนื้อปลานิลแดงที่เลี้ยงในระบบปิดแบบทั่วไป ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ปัจจัยคุณภาพน้ำทางกายภาพและเคมีทั้ง 4 ชุดการทดลองอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ปริมาณแอมโมเนีย-ไนโตรเจนในบ่อที่เลี้ยงปลานิลแดงในระบบไบโอฟลอคทั้ง 3 ชุดการทดลองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ต้นทุนการผลิตของระบบปิดแบบทั่วไปให้อาหาร 3 เปอร์เซ็นต์ มีค่าเท่ากับ 44.75±0.71 บาท/กิโลกรัม ต่ำกว่าทั้ง 3 ชุดการทดลองอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) สรุปได้ว่าการเลี้ยงปลานิลแดงในระบบปิดแบบไบโอฟลอค มีความเหมาะสมและสามารถพัฒนาไปสู่การเลี้ยงแบบอินทรีย์ได้
การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบระบบการเลี้ยงปลานิลแดง (Oreochromis niloticus × O. mossambicus) ในระบบปิดแบบทั่วไปและระบบปิดแบบไบโอฟลอค โดยแบ่งการทดลองเป็น 2 การทดลอง การทดลองแรกเป็นการอนุบาลลูกปลานิลแดง แบ่งเป็น 3 ชุดการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ำ คืออนุบาลในระบบปิดแบบใช้หัวทราย (T1) กรองหิน (T2) และระบบไบโอฟลอค (T3) โดยปล่อยลูกปลานิลแดงที่มีน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 0.53±0.02 – 0.58±0.02 กรัม/ตัว อัตราการปล่อย 50 ตัว/ตารางเมตรในบ่อซีเมนต์กลม อนุบาลเป็นระยะเวลา 120 วัน สุ่มลูกปลานิลแดงมาศึกษาปัจจัยการเจริญเติบโตและวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ทุก ๆ 15 วัน ส่วนการทดลองที่ 2 เลี้ยงปลานิลแดงในระบบปิดแบบทั่วไปเปรียบเทียบกับระบบปิดแบบไบโอฟลอค แบ่งการทดลองเป็น 4 ชุดการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ำ คือ ระบบปิดแบบทั่วไปให้อาหาร 3 เปอร์เซ็นต์ ระบบปิดแบบไบโอฟลอคให้อาหาร 1.5, 3 และ 4.5 เปอร์เซ็นต์ ปล่อยปลาน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 45.00±0.87- 45.33±0.76 กรัม/ตัว อัตราการปล่อย 68 ตัว/บ่อ ในบ่อซีเมนต์ขนาด 1.5×1.5×0.7 เมตร สุ่มเก็บข้อมูลชั่งน้ำหนักปลา 21 ตัว/บ่อ ทุก ๆ 15 วัน เป็นเวลา 150 วัน ศึกษาปัจจัยการเจริญเติบโต ดัชนีความสมบูรณ์เพศ ระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะ คุณค่าทางโภชนาการและปริมาณโลหะหนักในเนื้อปลา ความหลากหลายของแพลงก์ตอน คุณภาพน้ำและต้นทุนการผลิต ผลการศึกษาพบว่า ลูกปลานิลแดงที่อนุบาลในระบบปิดแบบไบโอฟลอคมีอัตราการเจริญเติบโตต่อวัน (0.23±0.00 กรัม/ตัว/วัน) อัตราการรอดตาย (90.00±1.53 เปอร์เซ็นต์) และอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ (2.06±0.17) ดีกว่าลูกปลาที่อนุบาลในระบบปิดแบบใช้หัวทรายและกรองหิน อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) คุณภาพน้ำในบ่ออนุบาลลูกปลานิลแดงในระบบปิดแบบไบโอฟลอคพบปัจจัยคุณภาพน้ำทางกายภาพและเคมีที่เหมาะสมกว่าระบบปิดแบบใช้หัวทรายและกรองหินอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ส่วนผลการเลี้ยงปลานิลแดงในระบบปิดแบบทั่วไปเปรียบเทียบกับระบบปิดแบบไบโอฟลอค พบว่าปลานิลแดงที่เลี้ยงในระบบปิดแบบไบโอฟลอค ให้อาหาร 1.5, 3 และ 4.5 เปอร์เซ็นต์ มีน้ำหนักตัวเฉลี่ยเมื่อสิ้นสุดการทดลอง (346.00±0.01, 328.00±1.00 และ 349.50±0.50 กรัม/ตัว) น้ำหนักเฉลี่ยที่เพิ่ม (300.67±0.76, 282.83±0.76 และ 304.33±1.04 กรัม/ตัว) อัตราการเจริญเติบโตต่อวัน (2.01±0.01, 1.89±0.01 และ2.03±0.01 กรัม/ตัว/วัน) อัตราการเจริญเติบโตจำเพาะ (1.35±0.01, 1.32±0.01 และ1.36±0.01 เปอร์เซ็นต์/วัน) และอัตราการรอดตาย (81.19±1.00, 86.99±0.32 และ 85.01±0.60 เปอร์เซ็นต์) ดีกว่าปลานิลแดงที่เลี้ยงในระบบปิดแบบทั่วไปให้อาหาร 3 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ดัชนีความสมบูรณ์เพศของปลานิลแดงที่เลี้ยงในระบบปิดแบบไบโอฟลอค ให้อาหาร 4.5 เปอร์เซ็นต์ (1.12±0.01 เปอร์เซ็นต์) ดีกว่าทั้ง 3 ชุดการทดลองอย่างมีนัยสําคัญ (p<0.05) ภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะของปลาที่เลี้ยงในระบบปิดแบบไบโอฟลอคดีกว่าปลานิลแดงที่เลี้ยงในระบบปิดแบบทั่วไปอย่างมีนัยสําคัญ (p<0.05) คุณค่าทางโภชนาการในเนื้อปลาทั้ง 4 ชุดการทดลองไม่มีความแตกต่างกัน พบปริมาณของปรอทในเนื้อปลานิลแดงที่เลี้ยงในระบบปิดแบบไบโอฟลอคทั้ง 3 ชุดการทดลอง แต่ไม่พบในเนื้อปลานิลแดงที่เลี้ยงในระบบปิดแบบทั่วไป ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ปัจจัยคุณภาพน้ำทางกายภาพและเคมีทั้ง 4 ชุดการทดลองอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ปริมาณแอมโมเนีย-ไนโตรเจนในบ่อที่เลี้ยงปลานิลแดงในระบบไบโอฟลอคทั้ง 3 ชุดการทดลองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ต้นทุนการผลิตของระบบปิดแบบทั่วไปให้อาหาร 3 เปอร์เซ็นต์ มีค่าเท่ากับ 44.75±0.71 บาท/กิโลกรัม ต่ำกว่าทั้ง 3 ชุดการทดลองอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) สรุปได้ว่าการเลี้ยงปลานิลแดงในระบบปิดแบบไบโอฟลอค มีความเหมาะสมและสามารถพัฒนาไปสู่การเลี้ยงแบบอินทรีย์ได้
Description
Master of Science (Master of Science (Fisheries Technology and Aquatic Resources))
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (เทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ))
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (เทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ))
Degree Name
Master of Science
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Discipline
Fisheries Technology and Aquatic Resources
เทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ
เทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
