Export
- Export APA
- Export BibTeX
- Export Ris
Publication: ความต้องการในการส่งเสริมปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์
ของเกษตรกร อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์
0
0
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Maejo University
Suggested Citation
Wittaya Kaewjaroensri, วิทยา แก้วเจริญศรี ความต้องการในการส่งเสริมปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์
ของเกษตรกร อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์, Needs For Agricultural Extension In Growing Organic Medicinal Plants Of Farmers Phayuha Khiri District, Nakhon Sawan Province. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14839/737
Research Projects
Organizational Units
Journal Issue
Author(s)
Creator(s)
Advisor(s)
Other Contributor(s)
Abstract
This study was conducted to investigate: 1) socio economic attributes of the farmers; 2) knowledge about organic farming of the framers; 3) needs for organic herbal plant growing promotion of the framers; 4) factors effecting needs for organic herbal plant growing promotion of the farmers; and 5) problems encountered and suggestions about organic herbal plant growing promotion of the farmers in Phayuhakhiri district, Nakhon Sawan province. A set of questionnaires was used for data collection administered with a sample group of 380 farmers. Obtained data were analyzed by using descriptive statistics and inferential statistics.
Results of the study revealed that most of the respondents were female, 39 years old on average, married, and secondary school/vocational certificate. They had 4 household members and 2 household workforces on average. Their an average monthly income per household was 15,900 baht but they had household debts for 123.909.21 baht on average. The respondents had 6.1 rai of farm land on average. They had 16 years of farming experience but only 1 year of organic farming experience. They had experience in training and educational trip once a year and agricultural worker contact once a year on average. The respondents gained knowledge about farming from various media 3 times a month on average. Most of them had knowledge and understanding about organic farming at a moderate level. Likewise, they needed for organic herbal plant growing promotion at a moderate level. Factors effecting needs for organic herbal plant growing promotion of the respondents were organic farming experience and their knowledge about organic farming system.
The following were problems encountered: 1) lack of the body of knowledge about soil nourishment and the prevention of diseases/insect in the organic farming system; 2) lack of support on marketing; 3) lack of the body of knowledge about capital management for production in the organic farming system. The respondents had the following suggestions which should be done: 1) knowledge transfer about correct production management under organic farming standard; 2) encouragement of group farming among farmers growing organic herbal plant; 3) a training on capital management for herbal plant production under the organic farming system; and 4) media development for knowledge transfer about organic farming with appropriate content.
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานส่วนบุคคล เศรษฐกิจ และสังคมของเกษตรกร 2) เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกร 3) เพื่อความต้องการในการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์ของเกษตรกร 4) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการในการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์ของเกษตรกร และ 5) เพื่อศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์ของเกษตรกรในอำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากเกษตรกรตัวอย่างจำนวน 380 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบคัดเลือกเข้า ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุเฉลี่ย 39 ปี มีสถานภาพสมรส การศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ มีจำนวนสมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย 4 คน มีจำนวนแรงงานในครัวเรือนเฉลี่ย 2 คน มีรายได้รวมในครัวเรือนเฉลี่ย 15,938.59 บาทต่อเดือน จำนวนหนี้สินในครัวเรือนเฉลี่ย 123,909.21 บาท มีจำนวนพื้นที่ถือครองเฉลี่ย 7.09 ไร่ มีประสบการณ์การทำเกษตรเฉลี่ย 16 ปี มีประสบการณ์การทำเกษตรอินทรีย์เฉลี่ย 1 ปี มีประสบการณ์อบรมและดูงานด้านการเกษตรเฉลี่ย 1 ครั้งต่อปี มีการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเฉลี่ย 1 ครั้งต่อปี ได้รับความรู้ด้านการเกษตรจากสื่อต่าง ๆ เฉลี่ย 3 ช่องทาง เกษตรกรส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์อยู่ในระดับปานกลาง และมีความต้องการในการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์อยู่ในระดับปานกลาง สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการในการส่งเสริมปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์ของเกษตรกรในอำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่ ประสบการณ์การทำเกษตรอินทรีย์ และความรู้ของเกษตรกรเกี่ยวกับการทำเกษตรในระบบอินทรีย์ ปัญหาที่สำคัญของเกษตรกรเกี่ยวกับ การส่งเสริมการปลูกสมุนไพรในระบบอินทรีย์ คือ 1) การขาดองค์ความรู้ในขั้นตอนการบำรุงดินและการป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชในระบบเกษตรอินทรีย์ 2) การขาดการสนับสนุนในภาคการตลาด โดยเฉพาะการกำหนดราคาและข้อมูลช่องทางการจำหน่ายผลผลิตที่ยังไม่มีความชัดเจน 3) การขาดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการเงินทุนเพื่อการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ และ 4) การขาดสื่อที่มีเนื้อหาในการนำเสนอที่เข้าใจง่ายในการผลิตสมุนไพรในระบบเกษตรอินทรีย์สู่เกษตรกร เกษตรกรมีข้อเสนอแนะต่อการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์ คือ 1) ควรมีการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการจัดการการผลิตให้ถูกต้องตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ 2) ควรมีการส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสมุนไพรอินทรีย์เพื่อเพิ่มฐานอำนาจต่อรองทางการตลาด 3) ควรมีการอบรมเกี่ยวกับการจัดการเงินทุนในการผลิตสมุนไพรในระบบเกษตรอินทรีย์ และ 4) ควรมีการพัฒนาสื่อในการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ที่มีรูปแบบเนื้อหาเหมาะสมกับเกษตรกร
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานส่วนบุคคล เศรษฐกิจ และสังคมของเกษตรกร 2) เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกร 3) เพื่อความต้องการในการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์ของเกษตรกร 4) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการในการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์ของเกษตรกร และ 5) เพื่อศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์ของเกษตรกรในอำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากเกษตรกรตัวอย่างจำนวน 380 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบคัดเลือกเข้า ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุเฉลี่ย 39 ปี มีสถานภาพสมรส การศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ มีจำนวนสมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย 4 คน มีจำนวนแรงงานในครัวเรือนเฉลี่ย 2 คน มีรายได้รวมในครัวเรือนเฉลี่ย 15,938.59 บาทต่อเดือน จำนวนหนี้สินในครัวเรือนเฉลี่ย 123,909.21 บาท มีจำนวนพื้นที่ถือครองเฉลี่ย 7.09 ไร่ มีประสบการณ์การทำเกษตรเฉลี่ย 16 ปี มีประสบการณ์การทำเกษตรอินทรีย์เฉลี่ย 1 ปี มีประสบการณ์อบรมและดูงานด้านการเกษตรเฉลี่ย 1 ครั้งต่อปี มีการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเฉลี่ย 1 ครั้งต่อปี ได้รับความรู้ด้านการเกษตรจากสื่อต่าง ๆ เฉลี่ย 3 ช่องทาง เกษตรกรส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์อยู่ในระดับปานกลาง และมีความต้องการในการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์อยู่ในระดับปานกลาง สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการในการส่งเสริมปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์ของเกษตรกรในอำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่ ประสบการณ์การทำเกษตรอินทรีย์ และความรู้ของเกษตรกรเกี่ยวกับการทำเกษตรในระบบอินทรีย์ ปัญหาที่สำคัญของเกษตรกรเกี่ยวกับ การส่งเสริมการปลูกสมุนไพรในระบบอินทรีย์ คือ 1) การขาดองค์ความรู้ในขั้นตอนการบำรุงดินและการป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชในระบบเกษตรอินทรีย์ 2) การขาดการสนับสนุนในภาคการตลาด โดยเฉพาะการกำหนดราคาและข้อมูลช่องทางการจำหน่ายผลผลิตที่ยังไม่มีความชัดเจน 3) การขาดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการเงินทุนเพื่อการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ และ 4) การขาดสื่อที่มีเนื้อหาในการนำเสนอที่เข้าใจง่ายในการผลิตสมุนไพรในระบบเกษตรอินทรีย์สู่เกษตรกร เกษตรกรมีข้อเสนอแนะต่อการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในระบบอินทรีย์ คือ 1) ควรมีการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการจัดการการผลิตให้ถูกต้องตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ 2) ควรมีการส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสมุนไพรอินทรีย์เพื่อเพิ่มฐานอำนาจต่อรองทางการตลาด 3) ควรมีการอบรมเกี่ยวกับการจัดการเงินทุนในการผลิตสมุนไพรในระบบเกษตรอินทรีย์ และ 4) ควรมีการพัฒนาสื่อในการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ที่มีรูปแบบเนื้อหาเหมาะสมกับเกษตรกร
Description
Master of Science (Master of Science (Resources Development and Agricultural Extension))
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (พัฒนาทรัพยากรและส่งเสริมการเกษตร))
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (พัฒนาทรัพยากรและส่งเสริมการเกษตร))
Degree Name
Master of Science
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Discipline
Resources Development and Agricultural Extension
พัฒนาทรัพยากรและส่งเสริมการเกษตร
พัฒนาทรัพยากรและส่งเสริมการเกษตร
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
