Export
- Export APA
- Export BibTeX
- Export Ris
Publication: การจำแนกกลุ่มผสมข้ามบนพื้นฐานสมรรถนะการผสมในดาวเรืองอเมริกัน
(Tagetes Erecta L.)
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Maejo University
Suggested Citation
Sarawut Nantaphoom, ศราวุธ นันต๊ะภูมิ การจำแนกกลุ่มผสมข้ามบนพื้นฐานสมรรถนะการผสมในดาวเรืองอเมริกัน
(Tagetes Erecta L.), Identification Of Heterotic Group Crosses Based On Combining Ability In American Marigold (Tagetes Erecta L.). สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14839/624
Research Projects
Organizational Units
Journal Issue
Author(s)
Creator(s)
Advisor(s)
Other Contributor(s)
Abstract
Identification of heterotic group crosses based on combining ability in American marigold (Tagetes erecta L.) was conducted in 2 experiments of F1 hybrid varietal trials at the field plots of Home Seeds Co., Ltd., Amphur Chomtong, Chiang Mai while phenotypic and genotypic analyses of parental lines were done under DNA Technology Laboratory of Maejo University. The varietal trials of single-cross F1 hybrid varieties for flower cutting were done in 3 seasons under factorial arrangement of 62 single-cross F1 hybrids from 2 male and 31 female parental lines in a Randomized Complete Block Designed with 3 replications. The objectives were to select the best variety with good plant types and flower qualities and to select parental lines with high general combining ability (GCA) and high specific combining ability (SCA) for hybrid seed production. Combined analysis of variance for 3 seasons showed highly significant differences in plant types and flower qualities of the hybrids and parental lines. In addition, the interaction of male and female parental lines had a highly significant effected on flower qualities. The male parental line ‘MG073’ showed the highest score in both characters, female parental lines ‘F35’ and ‘F45’ had the highest score of 6.0 in plant types and ‘F23’ had the the highest score of 6.4 in flower qualities. The highest scores of plant types and flower qualities of ‘MG073’, ‘F35’ and ‘F45’ indicated high GCA of parental lines. The hybridization between ‘MG073’ and ‘F23’ had the highest score of 7.2 in flower qualities and indicated high SCA of both parental lines. Consequently, parental lines with high GCA and SCA are recommended to be used for commercial hybrid seed production.
Phenotypic and genotypic analyses of parental lines in American marigold were observed based on characteristic and genetic relationship among 12 parental lines. Phenotypic analyses of plant height, plant canopy width, first flowering period and bloomming period were ranged from 63 to 80 cm, 33 to 59 cm, 60-70 to 76-80 days after sowing and 71-75 to 81-85 days after sowing respectively. The flower types among parental lines were single and double flowers and flower colors were gold, deep gold and orange. Thirty one SSR markers were analyzed and grouped into 2 groups with genetic distance of 0.74 similarity. The first group consisted of 2 parental lines of single flower type while the second group consisted of 10 parental lines of double flower type. The phenotypic and genotypic analyses of the parental lines corresponed to flower types and linked with SSR markers T31 and TE43 .The results obtained in these study could be useful for the breeding program.
การจำแนกกลุ่มการผสมข้ามบนพื้นฐานสมรรถนะการผสมในดาวเรืองอเมริกัน (Tagetes erecta L. ) ได้ดำเนินการทดลอง 2 การทดลองของการทดสอบสายพันธุ์ลูกผสมชั่วที่ F1 ที่แปลงทดลองของบริษัท โฮมซีดส์ จำกัด อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และการวิเคราะห์ฟีโนไทป์และจีโนไทป์ของสายพันธุ์พ่อแม่ในห้องปฏิบัติการดีเอ็นเอเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ การทดสอบสายพันธุ์ลูกผสมเดี่ยวชั่วที่หนึ่งของดาวเรืองตัดดอกใน 3 ฤดู ภายใต้การจัดสิ่งทดลองแบบแฟคทอเรียล โดยมีลูกผสมเดี่ยวชั่วที่หนึ่ง 62 สายพันธุ์ จากดาวเรืองพันธุ์พ่อ 2 สายพันธุ์และดาวเรืองพันธุ์แม่ 31 สายพันธุ์ ในแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อกสมบูรณ์ จำนวน 3 ซ้ำ วัตถุประสงค์ เพื่อคัดเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุดที่มีความแข็งแรงของทรงต้น และคุณภาพดอก และคัดเลือกสายพันธุ์พ่อแม่ที่มีสมรรถนะการผสมทั่วไป (general combining ability, GCA) และสมรรถนะการผสมจำเพาะ (specific combining ability, SCA) สูงสำหรับการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสม การวิเคราะห์ความแปรปรวนรวม 3 ฤดู พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง ในลักษณะทรงต้นและคุณภาพดอกของลูกผสมและสายพันธุ์พ่อแม่ นอกจากนี้สายพันธุ์พ่อแม่มีอิทธิพลร่วมต่อลักษณะคุณภาพดอก สายพันธุ์พ่อ 'MG073' แสดงคะแนนการประเมินสูงสุดในทั้งสองลักษณะและสายพันธุ์แม่ 'F35' และ 'F45' มีคะแนนสูงสุด 6.0 ในการประเมินลักษณะทรงต้น และ 'F23' มีคะแนนสูงสุด 6.4 ในคุณภาพดอก คะแนนการประเมินสูงสุดของทรงต้นและคุณภาพดอกของสายพันธุ์พ่อแม่ 'MG073', 'F35' และ 'F45' นั้นแสดงให้เห็นค่า GCA สูง ส่วนการผสมพันธุ์ระหว่าง 'MG073' และ 'F23' มีคะแนนคุณภาพดอกสูงสุด 7.2 และแสดงให้เห็นว่าค่า SCA สูงของคู่ผสมสายพันธุ์พ่อแม่นี้ ดังนั้นสายพันธุ์พ่อแม่ที่มีค่า GCA และ SCA สูงจะถูกนำไปใช้ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมทางการค้า การวิเคราะห์ฟีโนไทป์และจีโนไทป์ของสายพันธุ์พ่อแม่ ในดอกดาวเรืองอเมริกัน ดำเนินการสังเกต เพื่อบันทึกลักษณะทางฟีโนไทป์และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมระหว่างสายพันธุ์พ่อแม่ 12 สายพันธุ์ การวิเคราะห์ฟีโนไทป์ลักษณะความสูง ความกว้างของทรงต้น ระยะเวลาการออกดอกครั้งแรก และช่วงระยะเวลาดอกบานเต็มที่ มีช่วงระยะตั้งแต่ 63 ถึง 80 เซนติเมตร 33 ถึง 59 เซนติเมตร 60-70 ถึง 76-80 วันหลังย้ายปลูก และ 71-75 ถึง 81-85 วันหลังย้ายปลูก ตามลำดับ ลักษณะดอกของสายพันธุ์พ่อแม่มีลักษณะดอกเดี่ยวและดอกซ้อน สีของดอกดาวเรืองสายพันธุ์พ่อแม่มีสีทอง สีทองเข้มและสีส้ม การจำแนกโดยใช้เครื่องหมายเอสเอสอาร์ 31 เครื่องหมาย สามารถจัดกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม โดยมีระยะห่างทางพันธุกรรมที่ความคล้ายคลึงกัน เท่ากับ 0.74 กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วยลักษณะดอกแบบเดี่ยว 2 สายพันธุ์ และกลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยลักษณะ ดอกซ้อน จำนวน 10 สายพันธุ์ การวิเคราะห์ฟีโนไทป์และจีโนไทป์ของพ่อแม่ที่สัมพันธ์กับลักษณะดอก ที่เชื่อมโยงกับเครื่องหมายเอสเอสอาร์ T31 และ TE43 ผลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อโปรแกรมการปรับปรุงพันธุ์
การจำแนกกลุ่มการผสมข้ามบนพื้นฐานสมรรถนะการผสมในดาวเรืองอเมริกัน (Tagetes erecta L. ) ได้ดำเนินการทดลอง 2 การทดลองของการทดสอบสายพันธุ์ลูกผสมชั่วที่ F1 ที่แปลงทดลองของบริษัท โฮมซีดส์ จำกัด อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และการวิเคราะห์ฟีโนไทป์และจีโนไทป์ของสายพันธุ์พ่อแม่ในห้องปฏิบัติการดีเอ็นเอเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ การทดสอบสายพันธุ์ลูกผสมเดี่ยวชั่วที่หนึ่งของดาวเรืองตัดดอกใน 3 ฤดู ภายใต้การจัดสิ่งทดลองแบบแฟคทอเรียล โดยมีลูกผสมเดี่ยวชั่วที่หนึ่ง 62 สายพันธุ์ จากดาวเรืองพันธุ์พ่อ 2 สายพันธุ์และดาวเรืองพันธุ์แม่ 31 สายพันธุ์ ในแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อกสมบูรณ์ จำนวน 3 ซ้ำ วัตถุประสงค์ เพื่อคัดเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุดที่มีความแข็งแรงของทรงต้น และคุณภาพดอก และคัดเลือกสายพันธุ์พ่อแม่ที่มีสมรรถนะการผสมทั่วไป (general combining ability, GCA) และสมรรถนะการผสมจำเพาะ (specific combining ability, SCA) สูงสำหรับการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสม การวิเคราะห์ความแปรปรวนรวม 3 ฤดู พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง ในลักษณะทรงต้นและคุณภาพดอกของลูกผสมและสายพันธุ์พ่อแม่ นอกจากนี้สายพันธุ์พ่อแม่มีอิทธิพลร่วมต่อลักษณะคุณภาพดอก สายพันธุ์พ่อ 'MG073' แสดงคะแนนการประเมินสูงสุดในทั้งสองลักษณะและสายพันธุ์แม่ 'F35' และ 'F45' มีคะแนนสูงสุด 6.0 ในการประเมินลักษณะทรงต้น และ 'F23' มีคะแนนสูงสุด 6.4 ในคุณภาพดอก คะแนนการประเมินสูงสุดของทรงต้นและคุณภาพดอกของสายพันธุ์พ่อแม่ 'MG073', 'F35' และ 'F45' นั้นแสดงให้เห็นค่า GCA สูง ส่วนการผสมพันธุ์ระหว่าง 'MG073' และ 'F23' มีคะแนนคุณภาพดอกสูงสุด 7.2 และแสดงให้เห็นว่าค่า SCA สูงของคู่ผสมสายพันธุ์พ่อแม่นี้ ดังนั้นสายพันธุ์พ่อแม่ที่มีค่า GCA และ SCA สูงจะถูกนำไปใช้ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมทางการค้า การวิเคราะห์ฟีโนไทป์และจีโนไทป์ของสายพันธุ์พ่อแม่ ในดอกดาวเรืองอเมริกัน ดำเนินการสังเกต เพื่อบันทึกลักษณะทางฟีโนไทป์และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมระหว่างสายพันธุ์พ่อแม่ 12 สายพันธุ์ การวิเคราะห์ฟีโนไทป์ลักษณะความสูง ความกว้างของทรงต้น ระยะเวลาการออกดอกครั้งแรก และช่วงระยะเวลาดอกบานเต็มที่ มีช่วงระยะตั้งแต่ 63 ถึง 80 เซนติเมตร 33 ถึง 59 เซนติเมตร 60-70 ถึง 76-80 วันหลังย้ายปลูก และ 71-75 ถึง 81-85 วันหลังย้ายปลูก ตามลำดับ ลักษณะดอกของสายพันธุ์พ่อแม่มีลักษณะดอกเดี่ยวและดอกซ้อน สีของดอกดาวเรืองสายพันธุ์พ่อแม่มีสีทอง สีทองเข้มและสีส้ม การจำแนกโดยใช้เครื่องหมายเอสเอสอาร์ 31 เครื่องหมาย สามารถจัดกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม โดยมีระยะห่างทางพันธุกรรมที่ความคล้ายคลึงกัน เท่ากับ 0.74 กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วยลักษณะดอกแบบเดี่ยว 2 สายพันธุ์ และกลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยลักษณะ ดอกซ้อน จำนวน 10 สายพันธุ์ การวิเคราะห์ฟีโนไทป์และจีโนไทป์ของพ่อแม่ที่สัมพันธ์กับลักษณะดอก ที่เชื่อมโยงกับเครื่องหมายเอสเอสอาร์ T31 และ TE43 ผลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อโปรแกรมการปรับปรุงพันธุ์
Description
Master of Science (Master of Science (Horticulture))
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (พืชสวน))
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (พืชสวน))
Degree Name
Master of Science
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Discipline
Horticulture
พืชสวน
พืชสวน
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
